รวมประโยคซึ้งจากแคส
posted on 14 Nov 2009 20:15 by lovetohoshinkiในอีกชีวีตนึงของชั้น, ชั้นจะไม่รักคุณอีกแล้ว.
เพราะในอีกชีวีตนึงของชั้น, ชั้นจะไม่ใช่แคสสิโอเปียอีกแล้ว
ในอีกชีวีตนึงของชั้น, ไม่มีแคสสิโอเปีย, ไม่มีทงบังชินกิ.
ในอีกชีวีตนึงของชั้น, ชั้นหวังเพียงว่าคุณจะมีแค่ชื่อจริงเท่านั้น:
จอง ยุนโฮ
คิม แจจุง
ปาร์ก ยูชอน
คิม จุนซู
ชิม ชางมิน
ไม่มีอีกแล้ว ยูโนว์ ยุนโฮ
ไม่มีอีกแล้ว ยองอุง แจจุง
ไม่มีอีกแล้ว มิกกี้ ยูชอน
ไม่มีอีกแล้ว เซีย จุนซู
ไม่มีอีกแล้ว เชวคัง ชางมิน
จะเหลือไว้แค่
ความเรียบง่าย จองยุนโฮ
ความสุข คิมแจจุง
กำลังใจ ปาร์ก ยูชอน
ความน่ารัก คิมจุนซู
อัจฉริยะ ชิมชางมิน
เหลือไว้แค่ชื่อเหล่านี้เท่านั้น
ไม่มีวงทงบังชินกิ
สำหรับ ทงบังชินกิ, แค่ชีวิตเดียวก้อเพียงพอแล้ว
ด้วยความรักทั้งหมด, ด้วยอารมณ์ทั้งหมดจะจบลงแค่ในช่วงชีวิตนี้.
ไม่มีสิ่งใดเหลือไว้อีก; ขอให้หายไปกับครั้งนี้เพียงครั้งเดียว.
ในอีกชีวิตนึงของคุณ, ได้โปรด ขอเป็นแค่เพียง
จอง ยุนโฮ
คิม แจจุง
ปาร์ก ยูชอน
คิม จุนซู
ชิม ชางมิน
จองยุนโฮ ผู้เป็นตัวของตัวเองเท่านั้น;
ปาร์กยูชอน ผู้เป็นที่รักของพ่อแม่เท่านั้น;
คิมแจจุง ผู้เป็นของที่รักพี่สาวเท่านั้น;
คิมจุนซู ผู้เป็นแค่ที่รักเพื่อนๆเท่านั้น:
ชิมชางมิน ผู้เป็นที่รักของคนรักของตนเท่านั้น.
ไม่มีอีกแล้ว ทงบังชินกิ,
ไม่มีอีกแล้ว แฟนๆมากมายที่รอบล้อมตัวคุณ,
ไม่มีอีกแล้ว บอดี้การ์ด,
ไม่มีอีกแล้ว รายงานข่าวที่น่ารังเกียจผ่านสื่อต่างๆ.
คุณสามารถเป็นอิสระได้ สามารถทำทุกอย่างที่คุณอยากทำได้,
เป็นอิสระที่จะรักใครสักคน.
ในฤดูใบไม้ผลิ,
คุณจะเสียบหูฟังและเดินเล่นไปทั่วห้าง.
ในเครื่องเอ็มพีสามจะไม่มีเพลงที่ร้องโดยทงบังชินกิ
ฤดูร้อน,
คุณจะเดินไปบนถนนร่วมกับแฟนสาวของคุณ;
กินไอศครีม; เช่าเรือเล่น ; ดูหนังเรื่อง Nottinghill, Titanic.
ในฤดูใบไม้ร่วง,
คุณจะไปดูคอนเสิร์ตกับครอบครัวของคุณ.
นักร้องโด่งดังซึ่งจะเป็นใครก้อได้,
แต่ไม่ใช่นักร้องที่ชื่อว่า ทงบังชินกิ
คริสมาสต์,
คุณจะจับมือกับแฟนแล้วเดินเล่นกันในย่านเมียงดง.
เมื่อแสงไฟดับลง, คุณจะมอบจูบอบอุ่นและคำสัญญาตลอดชีวิตให้แก่เธอ.
พวกเราจะทำอย่างนี้, ได้หรอ?
ในอีกชีวิตนึง, คุณจะสามารถทำความฝันของคุณให้สำเร็จได้เพื่อชีวิตคุณเอง,
และไม่มีศิลปินที่ชื่อว่า ทงบังชินกิ
แล้ว,
คุณจะไม่ต้องนอนเพียงแค่2-3 ชม.เพราะงานของคุณอีกแล้ว.
คุณจะสามารถกินได้ตามต้องการ; หลับได้ตามต้องการ.
แล้ว,
คุณจะไม่ต้องมีมัดกล้ามและต้องทนเจ็บปวดข้อเท้าเพราะการฝึกซ้อมอันยาวนานอีกแล้ว.
คุณจะไม่ต้องต้องทนสะสมความเจ็บปวดของร่างกาย ความบาดเจ็บตรงข้อเท้า และความเจ็บปวดตั้งแต่วัยเด็กอีก.
คุณจะไม่ต้องพูดว่า" ถ้าหากผมสามารถใช้เวลาส่วนใหญ่ในชีวิตของผมอยู่บนเตียงได้, มันก้อคงจะดี".
แล้ว, เมื่อไหร่ที่คุณได้รับบาดเจ็บที่หลัง
คุณจะอาการดีขึ้นและปลดความเจ็บปวดนั้นออกไปได้, จมอยู่บนเตียงและพักผ่อน.
คุณจะไม่ต้องทนกัดฟันแน่นหลังจบการแสดงอีก
เพียงเพราะคำสัญญาสำหรับแฟนๆ.
แล้ว, คุณจะไม่ใช่ศิลปินที่ถูกจับตามองโดยคนเป็นพัน ๆ;
คุณจะเป็นแค่ตัวของตัวเอง.
แต่,
ในชีวีตนี้,
คุณคือทงบังชินกิที่เป็นของแคสสิโอเปีย.
ความเป็นจริงที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้.
และสิ่งที่แคสสิโอเปียทั้งหมดพอจะทำได้,
ก้อคือรักคุณ,
รักคุณ,
รักคุณมาก,
รักคุณมากมาย.
เพราะว่าในอีกชีวีตนึง,
จะไม่มีทงบังชินกิอีกแล้ว.
พวกเราจึงรวบรวมความรักทั้งหมดที่มีให้คุณในช่วงชีวิตนี้.
ช่วงชีวิตนี้, ชั้นจะรักคุณให้มากที่สุด.
ช่วงชีวิตนี้, ขอให้แคสสิโอเปียได้รักทงบังชินกิให้มากที่สุด.
ในอีกชีวิตนึง,
เป็นในสิ่งที่คุณเป็น
ความเรียบง่าย จองยุนโฮ
ความสุข คิมแจจุง
กำลังใจ ปาร์ก ยูชอน
ความน่ารัก คิมจุนซู
อัจฉริยะ ชิมชางมิน
ผู้วึ่งมีชีวิตเป็นของตัวเอง.
ในอีกชีวิตนึง,
ชั้นจะไม่รักคุณอีกแล้ว.
ชั้นสั้ญญา.
สัญญาจริงๆ…
เพราะว่า
ในอีกชีวิตนึง, ในโลกของชั้น,
จะไม่มีทงบังชินกิอีก.
จะไม่มีทงบังชินกิอีก.,
จะไม่มีทงบังชินกิอีกแล้ว…….
ด้วยความจริง
-แคสสิโอเปีย-
★ #’ แคสสิโอเปียไทยทำให้ผม ฝืนยิ้ม !
’ไม่ใช่แค่ผมหรอกครับ พี่แจจุงเองก็รู้สึกเหมือนกัน ผมพยายามฝืนยิ้มให้จริงใจที่สุดแล้วล่ะครับ คือตอนนั้น
ผมยิ้มไม่ออกจริง ๆ ผมเห็นการกระทำของพวกเค้าแล้วอดไม่ไหวจริง ๆ พวกเค้าทำได้ยังไงกัน ? ผมเห็นแล้วผมรู้สึกอ่อนแอ (หัวเราะ)
พวกเค้าเข้มแข็งกว่าที่ผมคิดไว้ ความรักของพวกเค้ามันยิ่งใหญ่จริง ๆ ครับ’ เป็นคำพูดที่ชางมินพูด หลังจากงาน Yamaha ลานพาร์ค [14 ตุลาคม วันแห่งความทรงจำ TT TT]
★ #’ คำขอบคุณ กับ ชิมชางมิน
บาง คนคิดว่า .. ทำไมชางมิน ถึงได้ฝึกพูดคำเดียวซ้ำ ๆ ฝึกเขียนคำเดียวซ้ำ ๆ นั่นคือคำว่า ‘ขอบคุณครับ’ บางคนคิดว่า ชางมิน ไม่อยากลองพูดคำอื่นหรอกหรือ ? และแน่นอน ว่าตอนนี้ หลาย ๆ คน ก็คงได้รู้แล้ว ว่าคำที่เค้าพูดบ่อยที่สุดในประเทศไทยนั้น เค้าเองก็ได้พูดในประเทศเกาหลีเช่นเดียวกัน ....
คนเกาหลีส่วนมาก ไม่นิยมพูดขอบคุณ เมื่อได้รับสิ่งของ แต่ชิมชางมิน เค้ากลับพูดขอบคุณได้อย่างชัดเจน และแน่นอนว่า มันคือ ภาษาไทย ^ ^
และแน่นอนว่า การที่เค้าได้กิน Pizza ร้าน Xiah เมื่อเค้ากินเสร็จ เค้าก็พูด ‘ขอบคุณคร้าบบ’ ด้วยน้ำเสียงที่จริงใจสุด ๆ ^ ^
★ #’ เพราะพวกคุณ Cassiopeia Thailand ทำให้ผมผิดคอนเซป ! (. . ‘’)
คำ ว่า Cassiopeia Thailand ออกมาจากปากชิมชางมิน ( TT TT ) หลาย ๆ คนคงดีใจ และหลาย ๆ คนก็คงรู้เรื่องนี้แล้วเช่นเดียวกัน ^ ^ ชิม ชางมิน ผิดคอนเซป เพราะ แคสสิโอเปียไทยแลนด์ ทำไมน่ะหรือ ? ก็เพราะว่า เพลง Mirotic ประเทศไทย เป็นประเทศที่ 2 ที่ดงบังชินกิ ได้ขึ้นโชว์
อย่างที่รู้กัน ว่า เพลงะ Mirotic คอนเซปของดงบังชินกิคือ ‘หน้าขรึมเข้าไว้ ดุ ๆ หน่อย’ ประมาณนี้ (ฮ่าๆ XD) แต่แล้ว ชางมินก็พลาดท่าจนได้ =[]=!!
เขาเผลอยิ้มออกมาจนได้ เขามองไปรอบ ๆ ดึง Earphone ออกหนึ่งข้าง และ ส่งรอยยิ้มเต็ม ๆ มาจนได้ (Smile Killer TT TT หล่อสุด ๆ ฮ่าๆ)
นั่น เป็นเพราะว่า เขาได้ยินเสียงอังกอร์ของแคสสิโอเปียไงล่ะ เขาบอกว่า ‘ พวกคุณรู้ตัวมั้ย ? ว่าพวกคุณอังกอร์เสียงดังกันมาก ^ ^ พวกคุณทำได้ไงน่ะ ?
เขายังได้บอกอีกว่า ’พวกเค้าพูดคนละภาษากับพวกเรา แต่พวกเค้าสามารถทำได้อย่างเต็มที่ มันแสดงให้รู้ว่า พวกเค้าตั้งใจจริง ๆ ผมประทับใจมากเลยครับ’
นี่คือคำพูดของ ชิมชางมิน ที่กล่าวถึง SM CON in Bkk. ในสถานีวิทยุรายการหนึ่งในเกาหลี ^ ^~
★ #’ ความหรรษาสุด ๆ ของ ชิม ชางมิน
‘ โอว .. มันน่าตื่นเต้นมากเลยครับ ! ราวกับผมได้ปลดปล่อยตัวเอง (หัวเราะ) ผมได้วิ่งไปทั่ว มันเหนื่อยจริง ๆ นะ ฮ่า ๆ แต่ว่า ผมพยายามจะวิ่งไปรอบ ๆ เพื่อเก็บภาพเหล่านั้น ... สำหรับพี่จุนซู คอน O ที่ประเทศไทย เค้ารู้สึกดีกับมันมาก ส่วนสำหรับผม ผมว่า CON SM ที่ประเทศไทย สนุกมาก ๆ ครับ และเค้ก ก็อร่อยด้วย (- -"มันเกี่ยวมากเลยนะเนี่ย ?55)
ผมดีใจ ที่เค้าให้การต้อนรับพวกเราดี ผมซึ้งจริง ๆ นะครับ (หัวเราะ) พวกเรา ไม่ได้ไปประเทศไทยก็นานอยู่พอสมควร แต่เมื่อกลับไปอีกครั้ง พวกเค้าให้การต้อนรับได้อย่างดีเยี่ยม ๆๆ (ชางมินเน้นคำว่าเยี่ยมค่ะ -*-) ซึ่งตอนแรก ผมคิดว่า พวกเค้าอาจจะลืมดงบังชินกิไปแล้วด้วยซ้ำ (หัวเราะ) แต่ภาพที่เห็น มันตรงกันข้ามเลยครับ ผมรู้สึกดีจริง ๆ ตอนนี้ผมพูดภาษาไทยชัดแล้วล่ะ ผมพูดชัดกว่าพี่ๆ ในวงอีก ^ ^ ฮ่า ๆ (คำว่า ขอบคุณครับ) ผมรู้สึกว่าผมพูดมากนะ ? (หัวเราะ) ’ เค้ารู้สึกมีความสุขกับมัน ใช่ ! มันเป็นประวัติการณ์มาก -*- ที่ชางมินเล่นกล้องก่อนแจจุง และ จุนซู - -‘’ และวิ่งไปทั่วเลยจริง ๆ - - 55555
★ #’ ผมรัก แคสสิโอเปียไทยและประเทศไทย
คำ พูดนี้ ทำเอาหลาย ๆ คนร้องไห้ไปตาม ๆ กัน นั่นเป็นเพราะว่า ชางมินพูดปกป้องพวกเรานั่นเอง (TT TT) เนื่องจากที่เหตุการณ์ที่รุนแรง ด่าทอกันในเว็บบอร์ดในประเทศเกาหลี และออกหนังสือ PO – TE (เหมือนหนังสือ Gossip ประเทศไทยนั่นเอง) ซึ่งมีใจความประมาณว่า ประเทศไทยรักดงบังตามกระแส ดงบังยังไม่เคยเรียกว่าแคสสิโอเปียเลย พวกนั้นเรียกกันเอง ประมาณนี้ (- - * ) ซึ่งทำให้เว็บนั้นต้องถูกปิดไปตามระเบียบการณ์และแน่นอนว่า ดงบังชินกิ ต้องรู้ข่าวนี้ เมื่อพวกเค้าได้มีโอกาสพูด คำพูดของชางมินต้องทำให้หลาย ๆ คนสะอึกกันเลยทีเดียว ‘ ชื่อ Cassiopeia ชื่อนี้ ผมตั้งใจคิดมันมาก ผมไม่อยากแคสสิโอเปียต้องมาทะเลาะกันเอง คำว่าแคสสิโอเปีย คือ แฟนคลับของดงบังชินกิ ไม่มีใครดีกว่าใคร เพราะ พวกผม ก็แค่คนธรรมดา ที่ไม่สามารถตัดสินอะไรได้ แต่ผมก็รู้เพียงว่า ผมรักประเทศไทย ประเทศไทยเป็นประเทศที่น่าทึ่งสำหรับผม ผมยังเคยคิดเลยว่า ผมจะพาน้องสาวและครอบครัวของผมไปเที่ยวที่นั่น แคสสิโอเปีย คำ ๆ นี้ ก็หมายถึง คนไทยด้วย คนญี่ปุ่นด้วย คนจีนด้วย และ ทุก ๆ คนที่เป็นแฟนคลับของดงบังชินกิ ผมรักแคสสิโอเปียไทยและประเทศไทย ผู้ที่คอยให้กำลังใจดงบังชินกิเสมอมา ขอบคุณครับ’ ขอบคุณครับ ภาษาไทย !!
ชางมินพูดปิดท้าย หลังจากที่พี่ ๆ พูดกันครบ สีหน้าของเค้านิ่งมาก จนน่ากลัว (ใคร -*-! ทำให้ปริ๊นชิมโมโหเนีย ?)
ฉันกลัว ว่า เมื่อวันที่เราต้องลาจากกันมาถึง
ฉันกลัว ว่า ฉันจะขาดใจ
ฉันกลัว ว่า ฉันจะร้องไห้อย่างบ้าคลั่ง
ฉันกลัว ว่า ฉันจะคิดถึงพวกพี่จนทนไม่ไหว
ฉันกลัว ว่า ฉันจะไม่ได้มีโอกาสได้เจอพวกพี่อีก
ถ้าเกิดวันนั้นมาถึง พี่จะมาที่ไทยมั้ย?
จะมาเที่ยวที่ไทยอีกมั้ย?
ฉันจะได้เจอโอพวกพี่ที่นี่มั้ย?
เมื่อวันนั้นมาถึงพวกพี่จะพูดว่าอะไรนะ ?
‘ลาก่อนครับ’ รึเปล่า
หรือว่า ‘ถ้ามีโอกาส เราคงได้เจอกันใหม่’
แล้ววันนั้นเทพของเราจะร้องไห้รึเปล่า?
ส่วนแคสสิโอเปียคงไม่ต้องถาม....
แคสสิโอเปียทั่วโลกจะต้องร้องไห้
วันนั้นจะเป็นวันที่น้ำตาท่วมโลกรึเปล่านะ?
บางครั้งฉันก็คิดนะว่า
‘ยังเลิกรัก ตอนนี้ยังทันมั้ย’
เพราะฉันไม่กล้าที่จะเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดในอนาคต
แค่รู้ว่าพวกพี่คบกับใคร แค่แสดงหนัง ฉันก็ร้องไห้จะตายแล้ว
และถ้าวันหนึ่ง....พวกพี่แต่งงานไป ฉันจะรู้สึกยังไงนะ
วันแต่งงานของ
ยองอุง แจจุง
ยูโน ยุนโฮ
มิคกี้ ยูชอน
ซีอา จุนซู
ชเวคัง ชางมิน
จะมีแคสสิโอเปียกล้าไปค้านในวันแต่งงานรึเปล่า
จะกล้าทำลายความรักของพวกพี่และเห็นแก่ความรักของตัวเองมั้ย?
เวลาผ่านไป.....หลายๆปี
มันน่าตลกนะ ฉันรู้สึกว่าฉันไม่อยากให้พวกพี่ออกอัลบั้มใหม่เลยล่ะ
เพราะอะไรฉันก็ไม่สามารถอธิบายได้เหมือนกัน
เดี๋ยวปีนี้ก็จะผ่านไปอีกปี ดงบังก็จะ 6 ปี
เหมือนเลขมันมากขึ้น เวลาของเราก็ยิ่งน้อยลง
เวลาของเรา.....เวลาของแคสสิโอเปียและดงบังชินกิ
+เวลาของเรา.....เหลืออีกเท่าไหร่กันนะ
เวลาของเรา.....กำลังจะหมดไป
เวลาของเรา.....กำลังจะไม่เหลือให้กันอีกแล้ว
เวลาที่เราจะได้ร้องเพลงให้กัน
เมื่อเวลาของเราหมดไปแล้ว เมื่อคำว่า ‘ดงบังชินกิ’ เป็นเพียงแค่ชื่อที่ทุกคนเรียก
จะมีอีกมั้ย? เสียงของแคสสิโอเปียที่ต่างร้องวันเกิดให้ดงบังชินกิ
จะมีอีกมั้ย? เสียงอังกอร์ที่แคสสิโอเปียจะตะโกนกันอย่างจริงจัง
จะมีอีกมั้ย? เสียงที่ตะโกนเรียกชื่อสมาชิกของวง
จะมีอีกมั้ย? ป้ายเชียร์ที่บอกว่าตนนั้นกำลังเชียร์ดงบังสุดแรงเกิด
จะมีอีกมั้ย? ทะเลสีแดง.....
จะมีอีกมั้ย? ของขวัญ โปรเจคต่างๆ ที่มอบให้แก่ดงบัง
จะมีอีกมั้ย? มันคือคำถามที่ก้องอยู่ในหัวของฉัน
แต่สิ่งที่ฉันรู้คือความรักของเรายังคงมีให้กัน
เรายังคงมีความห่วงใยให้กันเสมอ
เรายังคงนึกถึงกันเสมอ
เรายังคงจำเพลงที่ดงบังร้องได้เสมอ
เรายังคงจำอังกอร์ได้
เรายังคงเก็บความทรงจำที่เคยทำร่วมกับดงบังไว้เสมอ
เรายังคงหัวเราะได้เมื่อนึกถึงดงบังเมื่อเวลาตลก
เรายังคงจิ้นออกเมื่อเรานึกถึง ยุนแจ ยูซู 2U มินแจ
และเรายังคงเก็บมันไว้ในใจเราตลอดไป
ฉันหวัง.....หวังว่าพี่จะจำมันไว้เช่นกัน
ฉันหวัง.....ว่าพี่จะไม่ลืมเรา
ฉันหวัง.....ว่าพี่จะนึกถึงแคสสิโอเปียเมื่อพี่มองเห็นดาว
เราหวัง.....ว่าสิ่งที่เราทำให้พี่ทุกอย่าง พี่จะจดจำไว้ในความทรงจำ
เราหวัง.....ว่าเมื่อไม่มีสิ่งพวกนั้นแล้ว พี่ก็ยังคงพูดถึง ‘Cassiopeia’
>>>>> THAICASS LOVE TVXQ <<<<<
TVXQ...?
ทงบังชินกิ...?
แคสสิโอเปีย...?
ผม...ยังคงมีสิ่งเหล่านี้อยู่หรือ?
อาจฟังดูตลกที่ผมคิดอย่างนั้น แต่...เช้าวันหนึ่งที่ผมตื่นขึ้นมา
เมื่อลืมตา...ก็พบว่า ทุกสิ่งทุกอย่างมันผ่านมา 5 ปีแล้ว...
ทุกๆช่วงเวลา ทุกๆวินาที
เปลี่ยนแปลงเสมอสำหรับพวกเรา...
จากวันแรก...ที่ดูห่างเหิน
จนถึงวันนี้...
ผมเฝ้ามองเหล่าแคสสิโอเปียที่รักของผม เปลี่ยนแปลงไป...
จากเด็กประถม กลายเป็นเด็กมัธยม
จากเด็กมัธยมก้าวสู่รั้วมหาวิทยาลัย
แคสสิโอเปียของผมเปลี่ยนไปมาก ทั้งโตขึ้น และเป็นผู้ใหญ่ขึ้น
มันน่าดีใจ...ผมดีใจกับพวกคุณจริงๆ และดีใจที่ผมได้มีโอกาสเฝ้ามองพวกคุณเติบโตขึ้นอย่างงดงามเช่นนี้
ทว่า...
กาลเวลาไม่ได้ทำให้ร่างกายเปลี่ยนไปเท่านั้น...
มันยังทำให้ "หัวใจ" เปลี่ยนไปด้วย
รุ่นน้องที่เดบิวต์หลังพวกเรามีตั้งมากมาย ทั้งซุปเปอร์จูเนียร์ บิ๊กแบง วันเดอะเกริล์ โซนยอชินแด ชายนี่ ...หลายวงจนผมนับไม่หมด
ผมรู้...ผมรู้ดี
มันผ่านมาตั้ง 5 ปีแล้วนี่นา...
5 ปี...ที่ยาวนาน นานเกินพอที่แคสสิโอเปียของผมจะเปลี่ยนใจ...
มันเป็นความจริง...
ความจริงที่ผมพยายามมองข้ามมันเรื่อยมา...ความจริงที่ว่า 'เรา' ไม่ได้มีกันและกันเหมือนเดิมตลอดไป
ผม...ยังมีแคสสิโอเปียอยู่เคียงข้างรึเปล่านะ?
ไม่สิ...เรา "ทงบังชินกิ" ...ยังมีแคสสิโอเปียของเราอยู่หรือเปล่า?
ทุกครั้งที่ผมมองไปรอบๆตัว ผมยังคงเห็นแท่งไฟสีแดง ทว่า...มันกลับไม่สว่างไสวเช่นเดิม
จุนซูบอกกับผมว่า ผมคิดมากเกินไป ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะ...ผมหยุดตัวเองให้เลิกคิดไม่ได้
ทั้งๆที่แท่งไฟก็ยังเป็นสีแดงเหมือนเคย แต่...มันกลับไม่ส่องสว่างในใจผมเหมือนทุกๆครั้ง
ผมไม่ควรร้องไห้...แต่ก็ร้องไปแล้วจริงๆ
ในวันที่ผมล้ม...ผมจะมีคุณคอยให้กำลังใจไหม? แคสสิโอเปียของผม
ในวันที่ผมพลาด...ผมจะมีคุณคอยปลอบใจไหม? แคสสิโอเปียของผม
ในวันที่ผมไม่เหลือใคร...ผมจะมีคุณอยู่เคียงข้างไหม? แคสสิโอเปียของผม
ผม...ยังมีคุณอยู่รึเปล่า...?
5 ปีที่ผ่าน...
มันคงนาน...นานเกินไปแล้วจริงๆ...
เจ็บปวด...
ผมร้องไห้...และไม่อาจหยุดตัวเองได้
จนกระทั่ง...ยุนโฮ
ยุนโฮของผม เดินเข้ามาใกล้...เขาก้มลงและโอบกอดผมเอาไว้เหมือนๆกับทุกครั้ง...ที่ผมเสียใจ
เสียงกระซิบของเขาข้างใบหูของผม ย้ำเตือนให้ผมนึกถึงสิ่งที่ควรจำได้...แต่กลับลืมมันไป
"แคสสิโอเปียของเรา...เคยบอกเอาไว้ใช่ไหม?
ความรู้สึกที่พวกเขามีต่อเรา...ทงบังชินกิทุกคน
มันไม่อาจหาคำไหนมาอธิบาย...
ไม่รู้ว่าจะสรรสร้างคำพูดหรือตัวอักษรแบบไหน...
กลั่นกรองออกมาจากหัวใจไม่ได้...
มันมายมายกว่าคำว่า รัก
เอ่อล้นกว่าคำว่า ห่วงใย
แม้สุดท้ายจะบางเบาเสียยิ่งกว่าคำว่า ตราบนานเท่านาน
แต่...ก็หนักแน่นพอที่จะ คงอยู่เรื่อยไป"
...นั่น...สินะ...
ผม...ลืมมันไปได้ยังไง?
ผมลืม...ว่าแคสสิโอเปียรักพวกเรามากได้ยังไง?
อาจเพราะผมเห็นแท่งไฟสีแดงที่น้อยลง
เสียงตะโกนที่แผ่วลง
และรอยยิ้มยามได้ฟังเพลงของพวกเราน้อยลง...ละมั้ง
แต่...
มันไม่สำคัญอีกแล้ว...
แม้ว่าวันหนึ่ง ผมจะไม่เหลือแคสสิโอเปียของผมเลยซักคน
แม้ว่าวันหนึ่งทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิม
ผมควรจำเอาไว้...ใส่สมองและหัวใจของผม...
แม้วันหนึ่งพวกคุณจะลืมเราไป...แต่ครั้งหนึ่ง...พวกคุณก็เคยรักผมมาก...ใช่ไหม?
ผม...และทงบังชินกิทุกคน...ก็จะรักพวกคุณตลอดไป
แคสสิโอเปียของผม...
ทงบังชินกิเป็นของพวกคุณ
และไม่ว่าเมื่อไหร่...
ทงบังชินกิจะพยายามเพื่อพวกคุณตลอดไป
แม้ว่าวันหนึ่งแสงไฟของเรา...จะค่อยๆเลือนหาย
โปรดจำเอาไว้
แสงไฟของพวกคุณ จะยังคงอยู่...
และจะอยู่ในหัวใจของเรา...ตลอดไป
มันจะส่องสว่างแม้ในวันที่มืดมิดที่สุด
และเป็นเหมือนแสงนำทางในวันที่เรา...มองไม่เห็นใคร
เพราะพวกคุณ...แคสสิโอเปียของผม...คุณได้สอนให้ผมได้เรียนรู้...และรู้จักความรักที่แท้จริงแล้ว
ความรัก ไม่ต้องการอะไรเป็นองค์ประกอบ
ไม่จำเป็นต้องรู้
ไม่จำเป็นต้องถาม
ไม่มีอะไรมาวัดได้
และไม่ต้องการแม้กระทั่งเหตุผล
เพราะสิ่งเหล่านั้น ไม่อาจนำมาวัดความรักที่พวกคุณ มี และ เคยมี ให้ผมได้
ขอบคุณ...
แคสสิโอเปียของผม
ผม..ทงบังชินกิ...เรา
...รักคุณ...ตลอดไป
อ้างถึงคิม แจจุงชอบทานหรือไม่ชอบทานอะไร?
ชอง ยุนโฮชอบไปที่ไหนเวลาเหงา?
คิม จุนซูชอบสัตว์ชนิดไหน?
ปาร์ค ยูชอนรักใครมากที่สุด?
ชิม ชางมินชอบฟังเพลงอะไร?
.........
......
...
ตลกน่า...
ผมล้อเล่น^^
พวกคุณทุกๆคน และแคสสิโอเปียทั้งหมด
ไม่จำเป็นต้องตอบคำถามเหล่านี้เลยแม้แต่ข้อเดียว
ผมมักจะสงสัยอยู่เสมอที่ใครต่อใครมักจะตั้งคำถามเกี่ยวกับตัวผม หรือเพื่อนๆในวง
ใครๆต่อใครมักจะพูดอยู่เสมอว่ารู้จักพวกผมดี...
ผมเคยคิดว่า ดีจัง ที่มีคนสนใจและพยายามที่จะรู้จักพวกเรามากถึงขนาดนี้
แต่ว่า...
วันหนึ่งที่ผมเดินอยู่บนพรมแดง
รอบตัวรายล้อมไปด้วยเหล่าบรรดาแคสสิโอเปียที่ผมรักและแสนจะภาคภูมิใจในตัวพวกเขา
ท่ามกลางทะเลไฟสีแดงระยับที่ผมมักจะชื่นชมอยู่เสมอ...
ผมได้เห็น มุมหนึ่ง...ที่ผมไม่เคยได้เห็นมาก่อน
ภาพของแคสสิโอเปียคนหนึ่งที่กำลังหลั่งน้ำตา
ภาพของแคสสิโอเปียอีกคนที่กำลังหอบจนตัวโยน
และภาพของแคสสิโอเปียอีกหลายๆคน ที่มีสภาพไม่ต่างไปจากนักรบที่เพิ่งผ่านสมรภูมิอันดุเดือด
ผม...กำลังมีความสุขอยู่บนสิ่งที่ถูกต้องแล้ว....รึเปล่า?
ผมมักจะเฝ้าถามตัวเองเสมอหลังจากที่ต้องเห็นภาพเหล่านี้ ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า
ผมไม่ปฏิเสธว่าดีใจมากแค่ไหน ที่ได้มองเห็นผู้คนมากมายที่อดทนยืนรออยู่เพื่อผม
ผมไม่ปฏิเสธว่าสุขใจเพียงใด ที่ได้ยินเสียงแคสสิโอเปียตะโกนเรียกชื่อผม และวงทงบังชินกิ
ผมไม่เคยปฏิเสธได้เลยว่า ผมมีความสุขมากเพียงใด ยามได้เห็นภาพเบื้องที่เต็มไปด้วยแท่งไฟสีแดง
นับร้อย นับพัน นับหมื่น....
ทว่า...
ผมก็ไม่ปฏิเสธ ว่าผมเจ็บปวดมากแค่ไหนที่ใครซักคนต้องร้องไห้เพราะผม
ผมไม่ปฏิเสธ ว่าเศร้าใจมากแค่ไหนที่หลายๆคนต้องทรมานเพราะผม
ผมไม่ปฏิเสธ ว่าทุกข์ใจมากแค่ไหนยามที่ต้องเห็นหลายต่อหลายคนเป็นลมล้มพับไปต่อหน้าต่อตา
ผมเคยคิดเสมอว่า ถ้าเป็นผมจะทำแบบนั้นไหม?
ถ้าเป็นผม ที่ชื่นชอบใครซักคน ผมจะมีแรง และพยายามได้อย่างพวกคุณรึเปล่า?
ผมเขียน นิยายเก่ง พวกคุณรู้ใช่ไหม?
แต่ว่า...ผมเป็นคนพูดอะไรที่อยู่ในใจออกไปได้ไม่เก่งนัก
ผมจึงได้แต่ทำในสิ่งที่ผมถนัด
ผมค่อยๆบรรจงแต่ละตัว เรียงถ้อยคำออกมาอย่างตั้งใจในทุกๆคำถาม
เหนื่อยบ้างไหมที่ต้องตามพวกผมอยู่เสมอ?
เหนื่อยบ้างไหมที่ต้องวิ่งตามในสิ่งที่ไม่มีวันไขว่คว้าได้?
เหนื่อยบ้างไหมที่ต้องแบกรับภาระมากมาย เพื่อซื้อของเกี่ยวกับพวกผม หรือเพื่อหาเงินมาสนับสนุนพวกผม
พวกคุณเหนื่อยบ้างไหม?
ผมใช้เวลา 5 นาทีในการพิมพ์คำถามเหล่านี้
2 นาทีเพื่อร้องไห้และปาดน้ำตา
และอีก 5 นาทีเพื่อพิมพ์คำถามต่อมา
เหนื่อยบ้างไหมที่ต้องตั้งใจค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องของพวกผม
ต้องรู้เรื่องเกี่ยวกับพวกผม (เพราะผมเห็นบางคนตั้งใจราวกับเป็นเรื่องราวของพวกผมเป็นบทเรียน)
รู้สึกแย่บ้างไหมที่ต้องทนฟังคนมากมายพูดถึงพวกผม ว่ารู้จักพวกผมดีอย่างนั้นอย่างนี้...
ทั้งๆที่คุณเองก็รู้ดีเช่นกัน
เจ็บใจบ้างไหมที่ใครๆพยายามยกตนข่มคุณ
ว่าเขารู้เรื่องพวกผมดีกว่า ว่าเขารู้จักพวกผมดีกว่า
เบื่อบ้างไหมกับคำถามแต่ละคำถาม
ที่เหมือนจะถามเรื่องของพวกผม แต่ใจความลึกๆแล้วแฝงไปด้วยคำพูดที่ว่า
คุณรู้จักพวกผมมาก...เท่าคนที่ตั้งคำถามรึเปล่า?
ผมพิมพ์คำถามได้แค่บางส่วนจากคำถามมากมายในหัวใจของผม
มือของผมสั่นเทา นัตย์ตาร้อนผ่าวและเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา
ไม่ใช่เพราะผมเหงา หรือกำลังอ่อนแอ
แต่ผมตื้นตัน...
แคสสิโอเปียอาจรู้สึกเหมือนเป็นคนที่ห่างไกลจากพวกผม ได้แค่มองดูพวกผมห่างๆเท่านั้น
แต่ในอีกแง่มุมหนึ่ง
ผมก็เป็นแค่คนคนหนึ่งที่ยืนมองพวกคุณได้จากที่ห่างไกลเช่นกัน
ทั้งๆที่อยากปลอบโยน อยากเช็ดน้ำตาให้พวกคุณมากเพียงใด ผมก็ไม่อาจทำได้
ไม่กี่นาทีต่อมา
คำตอบมากมายจากเหล่าแคสสิโอเปียที่หลั่งไหลเข้ามาตอบทำเอาน้ำตาผมรื้นขึ้นมาอีกรอบ
By Yui
เหนื่อย? ไม่เหนื่อยเลย เพียงแค่ว่า เราชอบ และพอใจที่จะทำ
ถึงจะไม่มีวันได้มาครอบครอง แต่ได้เห็นพวกคุณมอบความรักให้กับพวกเรา
แค่นั้นก็มีความสุขมากแล้ว
By K.Chulme
- ถ้าตอบว่าไม่เหนื่อย คงจะโกหก แต่สิ่งที่ได้มามัน คุ้มค่ายิ่งกว่าความเหนื่อยที่เสียไป
- ไม่ได้เหนื่อยอะไรมากมาย เพราะจริงๆแล้ว ไม่ได้ต้องการจะไขว่คว้าอะไรเลย สิ่งที่ต้องการ คือการได้อยู่ในที่ๆเห็นพี่
- ซื้อของเพราะอยากจะได้มาเก็บไว้ ไม่เคยคิดว่ามันจะเป็นภาระเลยแม้แต่น้อย การซื้อของพวกพี่หรือการหาเงินมาสนับสนุนพวกพี่ เหมือนกับการซื้อความสุข แล้วคนเราให้ความสุขกับตัวเองมันเป็นภาระงั้นหรอ?
- บางทีก็รู้สึกแย่ แต่มันก็แค่นั้นแหละไม่ว่าใครจะพูดว่ารู้จักพี่ดียังไง คนที่รู้จักดีที่สุดก็คือตัวพวกพี่เอง รวมทั้งฉันก็เหมือนกันไม่ได้รู้จักพวกพี่มากไปกว่าคนอื่นๆหรอก เพราะในความเป็นจริงแล้วเราไม่ได้อยู่ใกล้ชิดกันขนาดนั้น
- บางทีก็มีเจ็บใจ คนที่บอกว่าตัวเองรู้มาก แต่จริงๆแล้วอาจจะไม่รู้อะไรเลยก็ได้ สุดท้ายแล้วก็ไม่มีใครรู้มากไปกว่าใครหรอก นอกจากตัวพวกพี่เอง
By….
รู้จักทงบังชินกิดีแล้วยังไง? รู้เรื่องเกี่ยวกับพวกเขามากแล้วยังไง?
เรื่องแค่นั้นเองหรือที่นำมาวัด ความรัก และ หัวใจ ที่มอบให้
ความรักของฉันไม่ได้มีค่าเพียงแค่คำถาม**บางข้อจะมาวัดได้หรอกนะ
ฉันรักเขาด้วยหัวใจไม่ใช่สมอง
By…
อย่าถามว่าฉันรู้จักพวกเขามากแค่ไหน.
ฉันไม่เคยรู้อะไรเกี่ยวกับพวกเขาเลย
เพราะ...นั่นไม่ใช่องค์ประกอบที่ความรักต้องการ ไม่เลย
แต่...ฉันกล้าที่จะบอกทุกคนอย่างไม่อายว่า
ฉันรักพวกเขา ต่อให้อีกล้านคนรู้เรื่องของพวกเขาดีกว่าฉัน ฉันก็รักพวกเขา
By…
อย่าถามว่าฉันรู้จักทงบังชินกิมากแค่ไหน
เพราะในความจริงไม่ว่าแง่มุมไหน
ฉันก็ไม่อาจได้สัมผัสและรู้จักตัวตนที่แท้จริงของวกเขา
แต่ฉันไม่เคยอาย ที่จะบอกใครต่อใครว่า
ฉันรักทงบังชินกิ แม้ฉันจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพวกเขาเลย
ผม...ไม่อาจจะเขียนและบรรยายความรู้สึกในหัวใจของผมได้
ผมไม่อาจพูดว่าได้โปรด กลับไป เพราะหัวใจของผมเรียกร้องที่จะเจอพวกคุณ (แคสสิโอเปียของผม)
ผมไม่อาจพูดได้ว่ากรุณา อย่ามารอผมอีก เพราะในหัวใจของผมเฝ้าหวังเสมอว่าจะได้เห็นทะเลสีแดงในทุกๆที่ที่ผมก้าวเดิน
ผมไม่อาจพูดได้ว่าขอร้อง อย่าเจ็บปวดเพื่อผมอีกเลย
ตรงกันข้าม
ได้โปรด มาหาผม(และพวกเราทุกคน) แม้คุณจะต้องเหน็ดเหนื่อยซักเพียงใด
เพราะเสียงกรีดร้องของคุณจะเป็นพลังให้ผมสามารถยิ้มออกมาได้
กรุณา มารอผม เพราะภาพของแคสสิโอเปียทุกคน
เป็นเหมือนยาที่ช่วยทำให้ผมมีกำลัง แม้ในวันที่เหนื่อยล้ามากที่สุด
ขอร้อง ช่วยอดทนเจ็บปวดเพื่อพวกผมอีกซักนิด ผมรู้ว่ามันเหนื่อย
แต่...ขอร้อง อดทนอีกนิด แล้วผมจะทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมดที่มี
สร้างสรรค์ผลงาน มอบรอยยิ้ม และทำทุกๆอย่าง เพื่อแคสิโอเปียทุกคน
คุณเป็นห่วงผม ผมจะเป็นห่วงคุณให้มากกว่า
คุณเสียน้ำตาเพื่อผม ผมจะเสียน้ำตาเพื่อคุณให้มากกว่า
คุณอดทนเพื่อผม ผมจะอดทนเพื่อพวกคุณให้มากกว่า
แคสสิโอเปียทำให้ผมได้รู้ว่า
ความรัก ไม่ต้องการอะไรเป็นองค์ประกอบ
ไม่จำเป็นต้องรู้
ไม่จำเป็นต้องถาม
ไม่มีอะไรมาวัดได้
และไม่ต้องการแม้กระทั่งเหตุผล
เพราะสิ่งเหล่านั้น ไม่อาจนำมาวัดความรักที่พวกเขามีให้ผมได้
ผมไม่รู้จะตอบแทนความรักของพวกคุณยังไง
ไม่รู้ว่าจะต้องพยายามและตั้งใจมากซักแค่ไหนถึงจะเหมาะสมและคู่ควรกับความรักที่พวก
คุณมอบให้ผม
มีประโยคแค่เพียงประโยคเดียวที่ผมอยากจะบอกพวกคุณทุกคน (แคสสิโอเปียของผม)
มันอาจทำให้ผมดูเหมือนคน** ที่นึกได้แต่ประโยคเดิมๆซ้ำๆ
มันอาจไม่น่าประทับใจ และไม่ลึกซึ้งอะไร
แต่...
มันก็เป็นเพียงประโยคเดียวที่คน**อย่างผมคิดออกมาได้
'ผมประทับใจในความรักของพวกคุณมากครับ ผมรักคุณ'